สารจากประธานกรรมการ
นายอภิชาติ จูตระกูล
ประธานกรรมการ
ตลอดปี 2568 เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความผันผวนและความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ
ตั้งแต่ช่วงต้นปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวในหลายพื้นที่ในประเทศไทยได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของประชาชน ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงเสียดทานทางการค้า รวมถึงนโยบายภาษีจากประเทศคู่ค้า ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออก ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ภาพรวมของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างจำกัด
สำหรับสถานการณ์ในประเทศ หนี้ครัวเรือนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ระดับหนี้โดยรวมจะมีแนวโน้มลดลง แต่คุณภาพหนี้ยังคงเปราะบาง ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้และการใช้จ่าย นอกจากนี้ ความเข้มงวดของสถาบันการเงินยังทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น ที่อยู่อาศัย แม้จะมีมาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงแล้วก็ตาม แต่ผลเชิงบวกยังไม่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในระยะสั้น ส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นตามสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวม
ภายใต้บริบทดังกล่าว แสนสิริยังคงดำเนินธุรกิจในปี 2568 ตามแนวคิด Dynamic Growth ด้วยการเปิดโครงการใหม่จำนวน 24 โครงการ มูลค่ารวม 52,000 ล้านบาท แม้ภาพรวมตลาดจะชะลอตัว แต่บริษัทฯ สามารถรักษาความแข็งแกร่งได้ในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพของสินค้า มาตรฐานการก่อสร้าง และความสามารถในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่โครงการของบริษัทฯ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์แสนสิริอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางความผันผวนของวัฏจักรเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ คณะกรรมการบริษัทเชื่อมั่นว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต้องตั้งอยู่บนรากฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย การเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ และการเตรียมความพร้อมขององค์กรสำหรับการฟื้นตัวในรอบถัดไป ภายใต้กรอบการยึดมั่นในวินัยทางการเงิน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและติดตามความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค สภาพคล่อง ต้นทุนทางการเงิน และความผันผวนของอุปสงค์ในตลาด เพื่อให้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เป็นไปอย่างรอบคอบ สามารถรองรับความไม่แน่นอน และสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตในปัจจุบันกับการรักษาความแข็งแกร่งในระยะยาว เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้กรอบการดำเนินธุรกิจดังกล่าว บริษัทฯ ได้นำไปสู่การขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการพัฒนาแบรนด์ให้เป็น Top of Mind ควบคู่ไปกับการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ส่งผลให้โครงการต่าง ๆ ได้รับการตอบรับอย่างสม่ำเสมอ โดยในปี 2568 บริษัทฯ มียอดขายสุทธิรวมจำนวน 41,700 ล้านบาท มีรายได้รวม 34,395 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาระดับผลการดำเนินงานท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
ประสบการณ์ตลอด 41 ปีในการดำเนินธุรกิจ ได้หล่อหลอมให้บริษัทฯ ยึดมั่นในวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยในปีนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษากระแสเงินสดและสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสภาพคล่องจำนวน 87,617 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินงานและการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดตามแผน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อทดแทนตามแผนบริหารโครงสร้างเงินทุน และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อสถานะการเงินและศักยภาพของบริษัทฯ
นอกเหนือจากการมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นใน DNA สำคัญของการเป็น Good Citizen ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดปี 2568 บริษัทฯ ได้สนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านการรับซื้อผลผลิตลำไยและมังคุดในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยการส่งมอบบังเกอร์สำเร็จรูปจากโรงงานพรีคาสท์ของแสนสิริ พร้อมสิ่งของจำเป็นและอาหาร เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยในปี 2568 ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ในระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัลและการยอมรับจากหลากหลายเวที อาทิ รางวัล “Powerful Brand Hall of Fame” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุด และรางวัล The Most Powerful Brand in Real Estate ต่อเนื่องเป็นที่ปี 8 จากเวที Terra BKK
ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในหลากหลายมิติ บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบและระมัดระวังภายใต้กลยุทธ์ Speed to Market เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความสามารถในการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกได้อย่างเหมาะสม
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอขอบคุณลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านอย่างต่อเนื่องในอนาคต